Rejuran สกินบูสเตอร์ฟื้นฟูโครงสร้างผิว
Rejuran Healer VS Rejuran HB Plus ต่างกันอย่างไร เลือกรุ่นไหนให้ตรงกับปัญหาผิว
Rejuran (รีจูรัน) คือกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินบูสเตอร์จากประเทศเกาหลีใต้ พัฒนาและผลิตโดยบริษัท PharmaResearch Co., Ltd. โดยมีสารสำคัญร่วมกันคือ Polynucleotide (PN) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนดีเอ็นเอสายสั้นที่สกัดจากดีเอ็นเอของปลาแซลมอนธรรมชาติ (Wild Salmon) ด้วยเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะ DOT™ (DNA Optimizing Technology)
ตามข้อมูลของผู้ผลิต ดีเอ็นเอปลาแซลมอนมีความคล้ายคลึงกับดีเอ็นเอมนุษย์สูงถึงประมาณ 95% จึงมีความเข้ากันได้ทางชีวภาพสูงและมีความเสี่ยงต่อการต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกันต่ำ
ปัจจุบัน Rejuran มีหลายรุ่นแยกตามสีกล่องและวัตถุประสงค์ ได้แก่ กล่องขาว (Rejuran i สำหรับรอบดวงตา), กล่องฟ้า (Rejuran S สำหรับหลุมสิว) และ กล่องแดง (Rejuran HB Plus) ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงคู่กับกล่องดำ(Healer) และเป็นสองรุ่นที่คนไทยลังเลเลือกมากที่สุด
หัวข้อที่น่าสนใจ
Rejuran Healer (กล่องดำ) คืออะไร
Rejuran Healer คือรุ่นดั้งเดิมที่สร้างชื่อให้กับแบรนด์ Rejuran ทั่วโลก จุดเด่นคือ PN ความเข้มข้นสูงประมาณ 2% โดยไม่ผสมสารอื่นใด บรรจุมาตรฐาน 2 ml ต่อหลอด
เนื่องจากเป็น PN เพียงอย่างเดียวในความเข้มข้นสูง Rejuran Healer จึงถูกวางตำแหน่งเป็นรุ่นที่ “เน้นซ่อมแซมและฟื้นฟูโครงสร้างผิวเป็นหลัก” กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เพิ่มความหนาของชั้นผิวหนังแท้ และเสริมความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิว
ข้อจำกัดที่ผู้รับบริการรายงานบ่อยที่สุด คือ เนื้อยามีความหนืดสูงและไม่มีส่วนผสมของยาชาในตัวยา ทำให้รู้สึกเจ็บและแสบขณะฉีดมากกว่ารุ่นอื่น รวมถึงตุ่มนูน (Embossing) หลังทำมักใช้เวลายุบตัวประมาณ 1–3 วัน
Rejuran HB Plus (กล่องแดง) คืออะไร
Rejuran HB Plus คือรุ่นที่พัฒนาต่อยอดจากสูตรเดิม โดยคำว่า “HB” ย่อมาจาก Hydro Booster สื่อถึงการผสานพลังฟื้นฟูโครงสร้างผิวเข้ากับการเติมความชุ่มชื้น ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาแห่งเกาหลีใต้ (MFDS/K-FDA) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2021 และเป็นรุ่นที่ทำตลาดในไทยโดยคิดราคาเป็น cc (บรรจุ 1 ml ต่อหลอด)
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาจาก Rejuran Healer มี 2 อย่างสำคัญ:
- Hyaluronic Acid (HA) ประมาณ 1% — เติมความชุ่มชื้นและความฉ่ำวาวให้เห็นผลเร็วขึ้น พร้อมช่วยให้ตัวยากระจายตัวในชั้นผิวได้ราบรื่นกว่า
- Lidocaine 0.3% — ยาชาเฉพาะที่ผสมมาในตัวยา ช่วยลดความรู้สึกเจ็บและแสบขณะทำหัตถการ ซึ่งผู้ผลิตและคลินิกในเกาหลีรายงานว่าลดระดับความเจ็บลงได้ประมาณ 50%
ในทางกลับกัน เมื่อเติม HA และยาชาเข้ามาในหลอดเดียวกัน ความเข้มข้นของ PN จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1% ซึ่งเป็นจุดแลกเปลี่ยนสำคัญที่ควรเข้าใจก่อนตัดสินใจ
เจาะลึก 4 ความแตกต่างที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ
1. ความเข้มข้นของ PN — ซ่อมแซมเข้มข้น VS สมดุลรอบด้าน
นี่คือความต่างที่สำคัญที่สุด Rejuran Healer ให้ PN เข้มข้นกว่าประมาณเท่าตัว จึงเหมาะกับผิวที่ “เสียหายจริง” เช่น ผิวบางจากการใช้สารเร่งขาว ผิวที่ผ่านเลเซอร์บ่อยจนเกราะผิวพัง หรือผิวที่มี texture ขรุขระและรูขุมขนกว้างชัดเจน
ส่วน Rejuran HB Plus ให้ PN น้อยกว่า แต่ได้ HA เข้ามาชดเชยในมิติของความชุ่มชื้น จึงเหมาะกับผิวที่ยังไม่ถึงขั้นเสียหายมาก แต่ขาดน้ำ ดูโทรม และต้องการความฉ่ำวาวเป็นเป้าหมายหลัก
2. ความเจ็บ — จุดที่ HB Plus ได้เปรียบชัดที่สุด
Rejuran Healer ไม่มียาชาในตัวยา ต้องอาศัยการแปะยาชาภายนอกเพียงอย่างเดียว หลายคนจึงบรรยายความรู้สึกว่า “แสบร้อนเป็นจุดๆ” ตลอดการฉีด
Rejuran HB Plus ผสม Lidocaine 0.3% มาในหลอด ยาชาจึงออกฤทธิ์ที่ตัวยาเข้าสู่ชั้นผิว เมื่อทำร่วมกับการแปะยาชาก่อนทำ 30–45 นาที ผู้รับบริการส่วนใหญ่รายงานว่าสบายกว่ามากระหว่างทำหัตถการ จุดนี้เองที่ทำให้ HB Plus กลายเป็นทางเลือกแรกของผู้ที่ไม่เคยทำหัตถการฉีดมาก่อน
3. เนื้อสัมผัสตัวยาและตุ่มนูนหลังทำ
เนื้อยาที่หนืดกว่าของ Healer ทำให้ตุ่มนูนหลังฉีดอยู่นานกว่า โดยทั่วไปประมาณ 1–3 วัน ในขณะที่ HA ใน HB Plus ช่วยให้ตัวยากระจายตัวและซึมเข้าชั้นผิวได้ราบรื่นกว่า ตุ่มนูนจึงยุบเร็วกว่า มักอยู่ในช่วง 12–48 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่มีนัดสำคัญหรือต้องกลับไปทำงาน
4. ช่วงเวลาที่เห็นผล
HB Plus มักให้ความรู้สึก “ผิวอิ่มฟู ฉ่ำวาว” ได้เร็วกว่าเพราะ HA อุ้มน้ำได้ ส่วน Healer จะค่อยๆ เห็นผลจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งชัดเจนขึ้นหลังการรับบริการครั้งที่ 2–3 แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ลึกถึงระดับโครงสร้างผิว
กลไกการทำงานฟื้นฟูผิว 4 มิติ
เมื่อตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) จะเกิดกระบวนการฟื้นฟูเป็นลำดับขั้น:
- Immediate Hydration — HA เริ่มอุ้มน้ำ ทำให้เซลล์ผิวอิ่มฟู ลดริ้วรอยแห้งกร้าน (ขั้นตอนนี้เกิดเฉพาะกับ HB Plus)
- ECM Regeneration — PN กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้เร่งสร้าง Extracellular Matrix (ECM) คอลลาเจน Type I และ III
- Anti-inflammatory & Angiogenesis — ลดการอักเสบภายในชั้นผิว และกระตุ้นการไหลเวียนของหลอดเลือดฝอยเพื่อนำสารอาหารมาเลี้ยงเซลล์ผิว
- Barrier Strengthening — ชั้นผิวหนังแท้หนาตัวขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น รูขุมขนกระชับ และต้านทานมลภาวะภายนอกได้ดีขึ้น
เลือกแบบไหนดี? ดูจากปัญหาผิวของคุณ
เลือก Rejuran Healer (กล่องดำ) ถ้าคุณ:
- มีผิวเสื่อมโทรมชัดเจน ผิวบาง แพ้ง่าย หรือเกราะป้องกันผิวเสียหาย (Compromised Skin Barrier)
- มีรูขุมขนกว้าง ผิวขรุขระ ขาดความยืดหยุ่น
- มีหลุมสิวตื้นหรือรอยแผลเป็นจากสิวที่ต้องการการซ่อมแซมระดับโครงสร้าง
- เคยผ่านเลเซอร์หรือหัตถการมาบ่อย และต้องการเน้นการฟื้นฟูมากกว่าความสบายระหว่างทำ
- พอทนความเจ็บได้ หรือเคยทำหัตถการฉีดมาแล้ว
เลือก Rejuran HB Plus (กล่องแดง) ถ้าคุณ:
- กลัวความเจ็บ หรือไม่เคยทำหัตถการฉีดผิวมาก่อน
- ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ ทาครีมไม่ซึม แต่งหน้าไม่ติด ผิวลอกเป็นขุย
- ต้องการผิวฉ่ำวาวเล่นแสง เป็นเป้าหมายหลัก
- มีริ้วรอยตื้นๆ รอบดวงตา หน้าผาก หรือรอบริมฝีปากที่เกิดจากผิวขาดน้ำ
- มีเวลาพักฟื้นจำกัด ต้องการให้ตุ่มยายุบเร็ว
ทำทั้งสองรุ่นร่วมกันได้ไหม?
ได้ และเป็นแนวทางที่แพทย์นิยมวางแผนให้กับผิวที่มีหลายปัญหาพร้อมกัน เช่น ใช้ Rejuran Healer ในช่วงต้นคอร์สเพื่อเร่งซ่อมแซมโครงสร้างผิวก่อน แล้วจึงสลับมาเป็น Rejuran HB Plus ในครั้งถัดไปเพื่อเติมความชุ่มชื้นและรักษาสภาพผิวให้ฉ่ำวาวต่อเนื่อง หรือแบ่งตามตำแหน่ง เช่น ใช้ Healer บริเวณแก้มที่มีรูขุมขนกว้าง และใช้ HB Plus บริเวณใต้ตาและรอบปากที่บอบบางกว่า การวางแผนลักษณะนี้ควรอยู่ภายใต้การประเมินสภาพผิวโดยแพทย์เป็นรายบุคคล
บริเวณที่เหมาะสมสำหรับ Rejuran
- ทั่วใบหน้า (Full Face Regeneration) — ฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม รูขุมขนกระชับ และสมดุลน้ำในผิวดีขึ้น
- ผิวรอบดวงตาและใต้ตา (Periorbital Zone) — ผิวใต้ตาแห้งเหี่ยวย่น ริ้วรอยหางตา และความหมองคล้ำใต้ตา (บริเวณนี้ HB Plus มักได้เปรียบเรื่องความสบายและการกระจายตัว)
- รอบริมฝีปาก (Perioral Area) — รอยย่นแนวตั้งรอบริมฝีปาก คืนความนุ่มชุ่มชื้นให้ขอบปาก
- แก้มและหน้าผาก — เติมความฉ่ำวาวสะท้อนแสงไฟ ให้ผิวดูมีออร่า
- ลำคอและเนินอก (Neck & Décolletage) — ลดรอยพับแนวนอนบริเวณลำคอ และซ่อมแซมผิวที่แห้งกร้านจากแสงแดด
รีวิวเคสที่ Riko Clinic
ที่ Riko Clinic เราให้ความสำคัญกับการดูแลโครงสร้างใบหน้าแบบองค์รวม (Holistic Facial Aesthetics) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินสภาพผิวก่อนเลือกระหว่าง Rejuran Healer และ Rejuran HB Plus และมักวางแผนร่วมกับหัตถการฟิลเลอร์ เพื่อผลลัพธ์ใบหน้าที่ได้มิติควบคู่กับงานผิวที่ฉ่ำวาว
- การผสานพลัง Synergy ฟื้นฟูแบบหลายมิติ : สำหรับเคสที่มีปัญหาร่องแก้มลึก ขมับตอบ ร่วมกับผิวแห้งเสีย แพทย์จะใช้ฟิลเลอร์ปรับโครงสร้างมิติชั้นลึก จากนั้นใช้ Rejuran กระจายตัวยาชั้นตื้น ทำให้ใบหน้าเต็มได้สัดส่วนพร้อมผิวพรรณที่ดูสดใสอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
- เลือกรุ่นให้ตรงกับผิว ไม่ใช่ตามกระแส: เคสที่มาด้วยความกังวลเรื่องความเจ็บ แต่ตรวจพบว่าเกราะผิวเสียหายมาก แพทย์อาจแนะนำ Healer ในครั้งแรกๆ แล้วจึงต่อด้วย HB Plus แทนการเลือกรุ่นเดียวตลอดคอร์ส
- เทคนิคเฉพาะ ลดเจ็บ ไม่เป็นก้อน: แพทย์ที่ Riko Clinic มีประสบการณ์สูงในการเดินตัวยาด้วยเทคนิค Micro-papular injection วางยาอย่างละเอียดและตรงจุด ทำให้ตุ่มยาเรียบเนียนและยุบตัวไว
- ตัวยาแท้ ตรวจสอบได้: Riko Clinic สั่งตรงจากบริษัทผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ ผู้รับบริการสามารถแกะกล่อง สแกน QR Code ตรวจสอบ Lot Number และดูตัวยาตรงหน้าก่อนทำหัตถการทุกครั้ง
- ความประทับใจหลังทำ: เคสส่วนใหญ่ที่เลือก HB Plus ระบุตรงกันว่าความรู้สึกเจ็บน้อยกว่ารุ่นกล่องดำอย่างเห็นได้ชัด ผิวตึงฟู สดใส และแต่งหน้าง่ายขึ้นหลังผ่านไปเพียง 1–2 สัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: Rejuran HB Plus กับ Rejuran Healer ต่างกันตรงไหนมากที่สุด?
ตอบ: ต่างกันที่ส่วนผสม Rejuran Healer มี PN เข้มข้นประมาณ 2% เพียงอย่างเดียว เน้นซ่อมแซมโครงสร้างผิวเป็นหลัก ส่วน Rejuran HB Plus มี PN ประมาณ 1% แต่เพิ่ม Hyaluronic Acid ประมาณ 1% เพื่อความชุ่มชื้นฉ่ำวาว และ Lidocaine 0.3% เพื่อลดความเจ็บขณะทำหัตถการ
Q2: รุ่นไหนเห็นผลดีกว่ากัน?
ตอบ: ไม่มีรุ่นใดดีกว่าโดยสมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย หากต้องการซ่อมแซมผิวที่เสียหายในระดับโครงสร้าง Rejuran Healer จะตรงเป้ากว่าเพราะ PN เข้มข้นกว่า แต่หากปัญหาหลักคือผิวขาดน้ำ ดูโทรม และกังวลเรื่องความเจ็บ Rejuran HB Plus จะตอบโจทย์มากกว่า
Q3: โปรแกรม Rejuran เจ็บไหม?
ตอบ: Rejuran HB Plus เจ็บน้อยกว่าอย่างชัดเจน เนื่องจากมี Lidocaine 0.3% ผสมในตัวยา ซึ่งมีรายงานว่าช่วยลดความเจ็บลงได้ประมาณ 50% เมื่อเทียบกับรุ่นดั้งเดิม ส่วน Rejuran Healer ไม่มียาชาในตัวยา จึงต้องอาศัยการแปะยาชาก่อนทำ 30–45 นาทีเป็นหลัก
Q4: รอยตุ่มนูน (Embossing) หลังรับบริการจะหายไปในกี่วัน?
ตอบ: Rejuran HB Plus มี HA ช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดี ตุ่มนูนเล็กๆ มักยุบตัวภายในประมาณ 12–48 ชั่วโมง ส่วน Rejuran Healer ที่เนื้อยาหนืดกว่ามักใช้เวลาประมาณ 1–3 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์และสภาพผิวแต่ละบุคคล
Q5: ต้องรับบริการกี่ครั้งถึงจะเห็นผล และอยู่ได้นานเท่าไร?
ตอบ: ทั้งสองรุ่นแนะนำให้รับบริการต่อเนื่อง 3–4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3–4 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดหลังครั้งที่ 2–3 และหลังครบคอร์สผลลัพธ์มักคงอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
Q6: สลับใช้ทั้งสองรุ่นในคอร์สเดียวกันได้ไหม?
ตอบ: ได้ และเป็นแนวทางที่ใช้บ่อยในเคสที่มีหลายปัญหาผิวพร้อมกัน แต่ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินสภาพผิวและวางลำดับการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
การดูแลตัวเองหลังรับบริการ
- งดแต่งหน้าอย่างน้อย 12–24 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดนวดบริเวณที่ฉีด
- งดสระผมด้วยน้ำร้อน ซาวน่า ออนเซ็น และการออกกำลังกายหนักใน 24–48 ชั่วโมงแรก
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง
- ทาครีมกันแดดและมอยส์เจอไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนาน
- งดกรดผลัดผิว (AHA/BHA/Retinoid) ประมาณ 3–5 วัน
ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือสิวอักเสบรุนแรงบริเวณที่จะฉีด ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ผู้ที่มีประวัติแพ้ปลาหรืออาหารทะเล และผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชากลุ่ม Lidocaine (โดยเฉพาะกรณีเลือก Rejuran HB Plus ซึ่งมียาชาผสมในตัวยา) ควรแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบก่อนรับบริการทุกครั้ง
หมายเหตุทางการแพทย์และการโฆษณา: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์ของหัตถการแตกต่างกันในแต่ละบุคคลและไม่สามารถรับประกันได้ ก่อนเผยแพร่ กรุณาให้แพทย์ผู้ให้บริการตรวจทานเนื้อหาอีกครั้งและยืนยันข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการโฆษณาสถานพยาบาล
Medically reviewed by: นพ. ชนกานต์ โฉมวิไลลักษณ์ (คุณหมอเจฟ) ใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเลขที่ ว.66988 และ พญ. ชยุดา วิวรรธน์กุศล (คุณหมอเจีย) ใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเลขที่ ว.67085 — 30 Aug 2026
จองคิวปรึกษาคุณหมอ
Riko Clinic ยินดีดูแลคุณอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน คุณหมอตอบเองทุกเคส สามารถส่งรูปหรือสอบถามปัญหากับคุณหมอได้โดยตรง เพื่อประเมินและออกแบบการรักษาที่เหมาะกับคุณ
Riko Clinic คลินิกเวชกรรมความงาม — ราชพฤกษ์ นนทบุรี
โปรแกรมฟิลเลอร์ ยกกระชับปรับรูปหน้า
เปิดบริการวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 12:00 – 20:00 น.
โทร. 065-441-4541







