Sculptra กระตุ้นคอลลาเจน คืนความอ่อนเยาว์ Riko Clinic
Sculptra คืออะไร ?
Sculptra (สคัลป์ทรา) คือ อนุสารอนุพันธ์กำเนิดคอลลาเจนในกลุ่ม Original Regenerative Biostimulator ที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US-FDA) ผลิตและพัฒนาโดยบริษัท Galderma (กัลเดอร์มา) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Sculptra ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ระดับสากลมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี และผ่านการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย (Thai FDA)
จุดเด่นของ Sculptra คือความสามารถในการเข้าไป “ฟื้นฟูโครงสร้างชั้นลึกของผิว (Structural Tissue Remodeling)” โดยทำหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้าง คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type 1) ซึ่งเป็นคอลลาเจนโครงสร้างหลักที่มีความสำคัญที่สุดของผิวตามธรรมชาติขึ้นมาใหม่ Sculptra จึงไม่ใช่สารเติมเต็มชั่วคราวประเภท Hyaluronic Acid (HA) แต่เป็นตัวช่วยคืนความอ่อนเยาว์ เพิ่มความหนาแน่น ยืดหยุ่น และยกกระชับผิวจากภายใน ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ยาวนานสูงสุดถึง 2 ปี (25 เดือน)
หัวข้อที่น่าสนใจ
PLLA-SCA (Poly-L-Lactic Acid)
ส่วนประกอบสำคัญของ Sculptra คือ PLLA-SCA (Poly-L-Lactic Acid – Sculptra Aesthetic) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ชีวภาพที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biocompatible and Biodegradable) ถูกนำมาใช้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย เช่น ไหมละลายสำหรับการผ่าตัดหัวใจ จึงมีความปลอดภัยสูง ไม่ทิ้งสารตกค้างสะสมในร่างกาย
เทคโนโลยีการผลิตเฉพาะของ Galderma
PLLA ใน Sculptra ผ่านกระบวนการสังเคราะห์จนได้อนุภาคผลึกขนาดเล็กที่สม่ำเสมอ (Micro-particles) เมื่อผสมกับน้ำกลั่นบริสุทธิ์ (Sterile Water) และเมื่อตัวยาเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Layer) หรือชั้นเหนือเยื่อหุ้มกระดูก อนุภาคเหล่านี้จะเข้าทำหน้าที่เป็นโครงร่าง (Scaffold) เพื่อส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์ผิว
กลไกการกระตุ้นคอลลาเจน 3 ขั้นตอน (Mechanism of Action)
- Phase 1 (Immediate Restoration & Water Absorption): หลังทำหัตถการ ผิวจะแลดูอิ่มฟูขึ้นชั่วคราวจากปริมาตรน้ำที่ใช้ละลายตัวยา จากนั้นในช่วง 2–3 วันแรก น้ำจะถูกร่างกายดูดซึมไป ผิวจะกลับคืนสู่สภาวะใกล้เคียงเดิมชั่วคราว
- Phase 2 (Fibroblast Stimulation): อนุภาค PLLA-SCA จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Macrophage และส่งสัญญาณชีวเคมีไปดึงดูด เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) ให้เข้ามาเกาะรอบๆ อนุภาค PLLA
- Phase 3 (Neocollagenesis & Tissue Maturation): เซลล์ไฟโบรบลาสต์จะเริ่มสังเคราะห์เส้นใย Collagen Type 1 ขึ้นมาทดแทนอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างชั้นผิวแท้และชั้นไขมันจะมีความหนาแน่น แข็งแรง และยืดหยุ่นขึ้น ขณะที่อนุภาค PLLA จะค่อยๆ ย่อยสลายกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ ออกจากร่างกายไปจนหมด เหลือไว้เพียงคอลลาเจนธรรมชาติของตนเอง
ปัญหาผิวที่เหมาะสมกับ Sculptra
เมื่อมนุษย์มีอายุเกิน 20 ปีขึ้นไป ร่างกายจะสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิวไปเฉลี่ยปีละ 1% – 1.5% ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ย้อยตก และเกิดริ้วรอยลึก Sculptra จึงเหมาะสำหรับบุคคลดังต่อไปนี้:
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความตึงกระชับ: ผิวหน้าเริ่มคล้อย ไม่เข้ารูป โครงสร้างผิวชั้นในสูญเสียความหนาแน่นตามวัย (อายุ 30 ปีขึ้นไป)
- ผู้ที่มีแก้มตอบ ขมับตอบ ใบหน้าดูซูบผอม: เกิดการสูญเสียปริมาตรไขมันและคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ใบหน้าดูซูบผอมและแก่กว่าวัย
- ผู้ที่มีริ้วรอยลึกและรอยพับบนใบหน้า: เช่น ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก ผิวหน้าผากย่น หรือริ้วรอยบริเวณกรอบหน้า
- ผู้ที่มีผิวบาง กรอบหน้าไม่ชัดเจน (Crepey Skin): ผิวหนังแห้ง ผิวบาง ขาดความยืดหยุ่น และต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้อิ่มฟูแข็งแรง
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชะลอวัยที่เป็นธรรมชาติอย่างยั่งยืน: ไม่ต้องการให้ใบหน้าเปลี่ยนรูปอย่างกะทันหัน แต่ต้องการให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ข้อจำกัดสำคัญที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
สิ่งที่ต้องระบุให้ชัดเจนคือ Sculptra สลายออกด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสไม่ได้ เพราะไม่ใช่ไฮยาลูรอนิกแอซิด นี่คือความแตกต่างด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดจากฟิลเลอร์ HA ซึ่งเอนไซม์สามารถสลายออกได้ เมื่อไม่พอใจผลลัพธ์ แต่ Sculptra ต้องรอให้ร่างกายจัดการเองตามเวลาธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้การเริ่มต้นด้วยปริมาณที่พอเหมาะและประเมินการตอบสนองก่อนเพิ่มในครั้งถัดไปจึงสำคัญมาก และเป็นเหตุผลที่ควรทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
บริเวณที่เหมาะสมสำหรับการทำหัตถการ Sculptra
Sculptra เน้นเพื่อปรับโครงสร้างและยกกระชับผิวในบริเวณกว้าง (Global Facial Rejuvenation) โดยตำแหน่งที่แพทย์มักแนะนำได้แก่:
- ขมับตอบ (Temples): เพื่อเติมเต็มความอิ่มฟูและปรับสัดส่วนใบหน้าส่วนบนให้ได้รูปทรงสวยงาม
- โหนกแก้มและหน้าแก้ม (Cheeks & Mid-face): ฟื้นฟูวอลลุ่มหน้าแก้มที่คล้อยตก ให้ยกกระชับและดูอิ่มฟูขึ้น
- ข้างแก้มและแก้มตอบ (Lower Cheeks): แก้ปัญหาแก้มตอบ ปรับแนวพวงแก้มให้ละมุน สดใส ไม่ดูซูบ
- แนวกรอบหน้าและสันกราม (Jawline & Marionette Area): ยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้คมชัด ลดความหย่อนคล้อยของเนื้อแก้มใต้สันกราม
ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามใช้ตัวยา Sculptra บริเวณหว่างคิ้ว (Glabella), รอบดวงตา (Periorbital area), รอยย่นหน้าผากชั้นตื้น และริมฝีปาก (Lips) เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีชั้นผิวยืดหยุ่นน้อยและมีหลอดเลือดหนาแน่น อาจเสี่ยงต่อการเกิดก้อนนูนได้
รีวิวเคสฟิลเลอร์ที่ Riko Clinic
ที่ Riko Clinic แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวางแผนการรักษาโดยยึดหลัก “Total Facial Harmony” เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามและมีมิติสมบูรณ์แบบสูงสุด โดยนิยมใช้เทคนิคผสมผสานระหว่างการฟื้นฟูโครงสร้างคอลลาเจนระยะยาวด้วย Sculptra ร่วมกับการทำ ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า (Hyaluronic Acid Fillers)
- แพทย์ประเมินปัญหาผิวและปริมาณตัวยาอย่างแม่นยำ วางตัวยาในชั้นผิวที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลข้างเคียง และดีไซน์สัดส่วนใบหน้าให้เข้ากับจุดเด่นเฉพาะบุคคล
- การทำหัตถการ Sculptra จะช่วยสร้างฐานคอลลาเจนแน่นตึงทั่วใบหน้า ขณะที่ HA Filler จะช่วยจัดทรงจุดที่ต้องการความคมชัด เช่น คาง หรือขมับลึก ส่งผลให้ใบหน้าแลดูเด็กลงอย่างสมบูรณ์แบบ
- ตัวยาแท้ตรวจสอบได้ 100% ต่อหน้าทุกเคส: Riko Clinic สั่งซื้อ Sculptra และฟิลเลอร์ตรงจากบริษัท Galderma Thailand ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบรหัส Lot Number, สแกน QR Code บนกล่อง และดูขั้นตอนการผสมตัวยาตามมาตรฐานทางการแพทย์ก่อนรับบริการได้ทุกครั้ง
- นวดและดูแลอย่างใกล้ชิด: มีทีมพยาบาลและแพทย์คอยให้คำแนะนำเทคนิคการนวดหน้าอย่างถูกต้อง เพื่อให้ตัวยา PLLA กระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: Sculptra แตกต่างจากฟิลเลอร์ HA อย่างไร?
ตอบ: ฟิลเลอร์ HA คือการใช้ตัวยา Hyaluronic Acid เพื่อเติมเต็มวอลลุ่มและปรับรูปหน้า อยู่ได้นาน 6–24 เดือน ขณะที่ Sculptra คือ การใช้สาร PLLA-SCA เพื่อเข้าไป “กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเอง” ผิวจะค่อยๆ แน่นกระชับและอิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว อยู่ได้นานสูงสุดถึง 2 ปี
Q2: Sculptra ต้องรับบริการกี่ครั้ง ถึงจะเห็นผลชัดเจน?
ตอบ: โดยทั่วไปแนะนำให้รับบริการ 2 – 3 ครั้ง เว้นระยะห่างทุกๆ 4 – 6 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ในการสร้างคอลลาเจนที่สมบูรณ์ที่สุด (จำนวนซีซีและจำนวนครั้งขึ้นอยู่กับอายุและระดับการสูญเสียคอลลาเจนของแต่ละบุคคล โดยประเมินตามหลักเกณฑ์เฉลี่ย 1 ขวดต่อช่วงอายุ 10 ปี)
Q3: โปรแกรม Sculptra แล้วจะเห็นผล เลยหรือไม่?
ตอบ: หลังรับบริการ ใบหน้าจะดูอิ่มฟูจากปริมาตรน้ำที่ใช้ละลายตัวยา จากนั้นในช่วง 2–3 วันแรกเมื่อน้ำถูกดูดซึม ผิวจะกลับคืนสู่สภาวะปกติชั่วคราว กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่จะเริ่มเห็นผลความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ผิวเริ่มแน่นตึงและเรียบเนียนขึ้นใน 3 – 4 สัปดาห์ และดีขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มที่ใน 3 – 6 เดือน
Q4: รับหัตถการ Sculptra แล้วจะเป็นก้อนใต้ผิวหรือไม่?
ตอบ: ความเสี่ยงในการเกิดก้อน (Nodules) ลดลงอย่างมากด้วยเทคโนโลยีการผลิต PLLA-SCA รุ่นใหม่ร่วมกับการผสมตัวยาอย่างถูกวิธีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หมายเหตุทางการแพทย์และการโฆษณา: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์ของหัตถการแตกต่างกันในแต่ละบุคคลและไม่สามารถรับประกันได้ ก่อนเผยแพร่ กรุณาให้แพทย์ผู้ให้บริการตรวจทานเนื้อหาอีกครั้งและยืนยันข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการโฆษณาสถานพยาบาล
Medically reviewed by: นพ. ชนกานต์ โฉมวิไลลักษณ์ (คุณหมอเจฟ) ใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเลขที่ ว.66988 และ พญ. ชยุดา วิวรรธน์กุศล (คุณหมอเจีย) ใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเลขที่ ว.67085 — 30 Aug 2026
จองคิวปรึกษาคุณหมอ
Riko Clinic ยินดีดูแลคุณอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน คุณหมอตอบเองทุกเคส สามารถส่งรูปหรือสอบถามปัญหากับคุณหมอได้โดยตรง เพื่อประเมินและออกแบบการรักษาที่เหมาะกับคุณ
Riko Clinic คลินิกเวชกรรมความงาม — ราชพฤกษ์ นนทบุรี
โปรแกรมฟิลเลอร์ ยกกระชับปรับรูปหน้า
เปิดบริการวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 12:00 – 20:00 น.
โทร. 065-441-4541







